บทความวิชาการ เกี่ยวกับสุขภาพและการปั่นจักรยาน มาฝากจ้า

ปั่นจักรยานสุขภาพ

วันนี้ ขอเอา.เอกสารวิชาการมาฝากชาว thaibike.org เกี่ยวกับบทความวิชาการ ของ นายแพทย์ปัญญา ไข่มุก จากบทความวิชาการ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยเรื่อง ออกกำลังด้วยการปั่นจักรยาน…..เพื่อสุขภาพ

ออกกำลังด้วยการปั่นจักรยาน…..เพื่อสุขภาพ

ทางเลือกหรือทัศนะของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันอีกทางเลือกหนึ่งที่ อยากแนะนำคือการปั่นจักรยานแบบเสือภูเขา และจักรยานเสือหมอบ จะมีลักษณะและ ประโยชน์แตกต่างกันไป

เสือภูเขา1

จักรยานเสือภูเข ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้  เกิดคำถามขึ้นมากมายเช่น  จำเป็นไหมว่าจะต้องเป็นนักกีฬาเท่านั้น ถึงจะปั่นจักรยานประเภทนี้ได้ ส่วนอันตรายจากการปั่นจักรยานประเภทนี้มีหรือไม่ และจะได้ประโยชน์อย่างไรบ้าง?

จักรยานเสือภูเขา ถือว่าเป็นจักรยานที่ใช้ ในการผจญภัย ให้ความสนุกสนานเป็นประโยชน์หลายทางทั้งร่างกายและจิตใจแต่อย่างไรก็ตามก็มีอันตรายอยู่อย่างหนึ่งคือ ถ้าเกิด อุบัติเหตุรถล้ม หากไม่รุนแรงก็แค่ถลอก แต่ถ้ารุนแรงหน่อย ก็อาจมีกระดูกหักได้บ้าง

สำหรับผู้ที่ปั่นจักรยานเสือภูเขา ส่วนใหญ่จะต้องฝึกตนเอง ให้มีความอดทนสูงในด้านพลังกล้ามเนื้ออาจจะต้องเล่น Weight Training คือ การฝึกกล้ามเนื้อด้วยน้ำหนัก เพราะจักรยานเสือภูเขามันจะต่างกับจักรยานท่องเที่ยวทั่วไปที่ว่าพื้นที่ที่ใช้ขับขี่มักจะเป็นที่ราบชัน การมีพลังกล้ามเนื้อแข็งแรงจะช่วยให้ใช้จักรยานพวกนี้ได้ดีกว่า 

bike-riding

การปั่นจักรยานเสือหมอบ ใช้ระยะทางไกลและซ้อมหนักวันหนึ่งๆ 3-5 ชั่วโมง ผู้ที่เป็นนักปั่นจักรยานเสือหมอบ มักจะปั่นระยะทางไกลข้ามจังหวัดกันเลย จะมีปัญหาก็ตรงเรื่องของอานซึ่งมันมีลักษณะเรียวและ ถ้าปั่นไประยะทางไกลๆจะเกิดการเสียดสีอยู่นาน

แต่ขอแนะนำว่าไม่ต้องหวั่นกลัวถ้าผู้ที่เป็นนักปั่นจักรยานที่ต้อง ใช้ระยะเวลายาวนานอย่างจริงๆ ปัจจุบันมีอานที่เขาผลิตออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้วิตกเป็นอานชนิดพิเศษซึ่งจะมี ร่องบากตรงกลางอานตามแนวยาวซึ่งตอน สรุปแล้วการปั่นจักรยานลักษณะดังที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ก็ถือเป็นกีฬาเพื่อสุขภาพทั้งสิ้น !

การปั่นจักรยานอยู่กับที่ หรือการปั่นจักรยาน ช่วยให้เราได้ใช้พลังงานในการออกกำลังกายอีกรูปแบบหนึ่งมีข้อดีอยู่มากมายใกล้เคียงกับการวิ่งจ๊อกกิ้งในการ เผาผลาญพลังงานแถมยังดีกว่าตรงที่ไม่มีแรงกระแทกที่เกิดขึ้นกับข้อต่อต่างๆ คล้ายกับการเต้นแอโรบิคในน้ำนั้นเอง 

การปั่นจักรยานในคนไข้ที่เป็นโรคปวดหลังจะเหมาะอย่างยิ่ง ขอแนะนำให้ออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน เพราะน้ำหนัก

ตัวของเขาจะถูกแบกรับโดยอานเท่านั้นไม่มีแรงกระแทก น้ำหนักตัวตั้งแต่ก้นไปจนถึงศีรษะ อานจะเป็นตัวรับน้ำหนักไว้หมดเลยคนที่เป็นโรคปวดหลังหรือคนอ้วนไม่เหมาะกับการไปวิ่งจ๊อกกิ้งแต่ถ้านั่งขี่จักรยาน เวลาถีบจะไม่มีแรงกระทำต่อข้อต่อมากไม่มีแรงกระแทก

004_3

สิ่งสำคัญที่จะให้ได้ผลดีคือเราต้องใช้เวลาในการปั่นจักรยาน ที่กำหนดให้ตามหลักของการออกกำลังกายแบบแอโรบิค คือให้ชีพจรของเราเต้นสูงขึ้นถึงระดับ 70% ซึ่งคำนวณง่ายๆก็คือ 170-อายุ คือ 170 ลบด้วยอายุนั้นเอง โดยประมาณระดับนี้ จะถึงจุดที่หัวใจปอดและหลอดเลือดต่างๆ ทำงานในระดับที่ได้ผลดีและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างยิ่ง

ข้อมูลวิชาการ นายแพทย์ปัญญา ไข่มุก จากบทความวิชาการ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล

MAHIDOL UNIVERSITY

เรียบเรียง thaibike.org

ขอบคุณภาพ fitnessbycycling.com,www.doctor.or.th

รออะไร คอมเมนต์ดิ!! เพื่อนๆ นักปั่น อยากรู้ความเห็นของคุณ